วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Visual Studio Code ตอนที่ 2 : Extension และ Theme

จากบทความที่แล้ว Visual Studio Code ตอนที่ 1 : การใช้งาน เราได้พูดถึงการติดตั้ง และหน้าตาของตัวโปรแกรมคร่าวๆ ไปแล้ว มาถึงในบทความนี้ เราจะมาใช้งาน Extension และ Theme เพื่อมาเสริมความสามารถและหน้าตาของเจ้า VSCODE กัน โดยเรามาเริ่มกันที่การเพิ่ม Extension กันนะครับ

ก่อนจะไปรู้การเพิ่ม Extension เรามารู้กันก่อนว่า Extension คืออะไร แล้วมีความสามารถอะไรกัน

Extension คืออะไร 

Extension คือตัวเสริมที่เอามาใช้เพิ่มเติมในตัวโปรแกรม VSCODE เพื่อให้ VSCODE อำนวยความสะดวกกับเรามากขึ้น ตาม Extension ที่เราโหลดมาเสริม ถ้าคนที่เคยใช้ Text Editor แบบ Sublime Text กันมาแล้ว ตัวเสริมของ Sublime Text จะใช้ชื่อเรียกว่า Package ซึ่งมีหน้าที่การทำงานที่เหมือนกัน แต่แตกต่างกันแค่ชื่อเรียก

เราก็รู้กันคร่าวและนะครับว่ามันคืออะไร แต่อาจจะยังไม่เห็นภาพ งั้นผมจะสาธิตการเพิ่ม Extension ว่าทำยังไงและดียังไงกันนะครับ


การติดตั้ง Extension

สำหรับการติดตั้ง Extension นะครับ อย่างแรกก็เปิดโปรแกรม VSCODE ( Visual Studio Code ) ขึ้นมาก่อน


โดยการติดตั้ง สามารถเข้าได้หลายแบบนะครับ โดยการไปที่ View > Extension  หรือกดปุ่มคีย์ลัด Ctrl + Shift + X 



หรือจะเข้าอีกทางนึงก็ทางด้านซ้ายมือของโปรแกรมจะมีไอค่อนรูป สี่เหลี่ยม เราก็ทำการคลิกเข้าไปได้เลยแบบในรูปนี้


ไม่ว่าเราจะเข้าแบบไหน เมื่อเข้าเสร็จแล้วก็จะมีหน้า Extension แสดงขึ้นมาด้านซ้ายมือแบบนี้

ส่วนการโหลด Extension มาเสริมเราก็เลือกดูความสามารถของมันตามที่เราต้องการ เพิ่อเข้ามาอำนวยความสะดวกต่อเรากันนะครับ โดยทำการเลือกไปที่ชื่อ Extension นั้นๆ ถ้าเรามีชื่อของมันก็ทำการพิมพ์ลงไปในช่องค้นหาได้เลยครับ  เมื่อทำการเลือกมาแล้ว ตัว Extension ที่เราเลือกก็จะปรากฏด้านขวามือแบบนี้ 


พอเราเลือก Extension ที่เราต้องการแล้ว เราก็ทำการ กด ติดตั้งมันได้เลยครับ โดยการคลิกที่ Install 


เมื่อทำการติดตั้งเสร็จแล้วให้เราทำการกด Reload เพื่อให้โปรแกรมทำงานใหม่อีกรอบนึงครับ

โดยการใช้งาน Extension ที่เราต้องการเราสามารถดูได้ในรายละเอียดของแต่ละ Extension ได้เลย


ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกับการติดตั้ง Extension มาช่วยการใช้งานเราครับ โดยผมจะแนะนำ Extension ก็มีดังนี้

1. HTML Snippets

ความสามารถของมันก็คือ เมื่อเราต้องการพิมพ์ Tag HTML เราไม่จำเป็นต้องเขียนทั้งหมด อย่างเช่น เราจะพิมพ์ ลิงค์ url เราก็แค่ทำการ พิมพ์ a ละกดปุ่ม Tab บนคีย์บอร์ด มันก็จะเขียน Tag a ทั้งหมดมาให้เราเลยอัตโนมัติ 


2. Path Intellisense

ความสามารถของตัวนี้ก็คือมันจะแสดงข้อมูลของโฟลเดอร์ที่อยู่ภายในโปรเจคของเราเมื่อเราทำการพิมพ์ Tag ต่างๆ ที่ต้องมีการดึงไฟล์จากโปรเคมาใช้งาน 

3. CSS Peek

ความสามารถของตัวนี้ก็คือ เมื่อเรากำหนด Class เอาไว้เราสามารถคลิกที่ชื่อ Class เพื่อเข้าสู่ไฟล์ CSS ได้เลย


4.Sublime Text Keymap

สำหรับคนที่มาจาก Sublime Text และคุ้นเคยกับ Key Shortcut ก็สามารถเพิ่ม Extension ตัวนี้ลงไปได้เลย


ทั้งหมดนี่ก็คือ Extension คร่าวๆ ที่ผมนำมาแนะนำนะครับ ส่วน Extension ก็มีอีกเยอะแยะมากมายที่นำมาช่วยอำนวยความสะดวกกับการเขียนโปรแกรมของเรา ก็สามารถค้นหาและลงเพิ่มเติมกันเองได้เลยครับ ว่าจะเขียนในส่วนของ Theme ด้วย แต่บทความน่าจะยาว งั้นผมขอยกไปในหัวข้อต่อไปละกันนะครับผม

วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Visual Studio Code ตอนที่ 1 : การใช้งาน

Visual Studio Code คืออะไร

หรือเรียกสั้นๆว่า Vscode คือโปรแกรม Text Editor อีกโปรแกรมหนึ่ง ที่มีความสามารถ ไม่แพ้โปรแกรม Text Editor ตัวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Sublime Text Editplus Atom หรือ Text Editor ตัวอื่นๆ  ที่สำคัญเป็น OpenSource ใช้ฟรีๆ กันด้วย  สามารถเพิ่ม Extension ลงไปในโปรแกรมได้หลากหลายและมากมาย โดย Vscode ( ขอเรียกสั้นๆนะครับ) ตัวนี้เนี้ย รองรับการเขียนได้หลากหลายภาษามากมาย


การใช้งาน Visual Studio Code

การใช้งานก็ไม่ยากครับ เพียงแค่เข้าไปที่เว็บ https://code.visualstudio.com  เมื่อเข้าไปที่เว็บไซต์ก็จะเจอหน้าจอแบบรูปภาพเลยครับ



เมื่อเข้ามาเสร็จแล้วให้คลิกที่ Download (ปุ่มเขียวๆ) สำหรับ Platform อื่นๆ ก็เลือกโหลดได้เลยนะครับ


หลังจาก Download มาในเครื่องเรียบร้อยก็ทำการลงโปรแกรมได้เลย ( ขอข้ามขั้นตอนการลงโปรแกรมไปเลยนะครับ )

เมื่อลงเสร็จแล้ว ก็ทำการเข้าที่โปรแกรมได้เลย


สำหรับคนที่เพิ่งลง ก็อาจจะมีหน้าต่างขึ้นมาแตกต่างจากในรูปนะครับ ( เพราะผมใช้มาก่อนแล้ว )


โดยตัวโปรแกรมก็มีลักษณะคล้ายๆ Text Editor จำพวก Atom Sublime Text ความสามารถก็ไม่ต่างกันครับ แต่ผมรู้สึกว่า VSCODE ใช้งานได้ดีกว่า Sublime Text นะ ส่วน Atom ผมยังไม่เคยลอง


Extension


โดย VSCODE สามารถเพิ่ม Extension ได้เยอะแยะมาก ถ้าให้เปรียบเทียบกับ Sublime Text ก็คือ Package นั่นแหละ 


Theme

และก็สามารถเปลี่ยน Theme รูปแบบ สีสรรค์ของหน้าจอการทำงานได้ตามใจเราด้วย


Icon File

รวมทั้งเปลี่ยนรูปไอค่อนหน้า File Explorer ของเราได้หลากหลายอีกตังหาก


ส่วนเจ้าตัว VSCODE หรือ Visual Studio Code ก็ยังมีความสามารถอีกหลายหลายที่ยังไม่ได้กล่าวถึง สำหรับใครที่เบื่อๆ Text Editor ตัวที่ใช้อยู่ หรือกำลังอยากจะเปลี่ยนพอดี ก็แนะนำตัวนี้เลยครับ รับรองไม่ผิดหวัง  ส่วนบทความต่อไป จะมาแนะนำ Extension ที่น่าใช้ พร้อม Theme ต่างๆ กันครับ 

Visual Studio Code ตอนที่ 2 : Extension และ Theme <<<

วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560

กลับมาใหม่พร้อมใจเต็มเปี่ยม

กลับมาใหม่พร้อมใจเต็มเปี่ยม


นั่งย้อนไป 7 ปีที่แล้ว ได้นั่งทำ นั่งเขียน Blogger ของตัวเอง  แต่ก็ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้ไม่ได้ทำต่อ ผ่านมา 7 ปี เริม่รู้สึกเวลา 7 ปีที่ผ่านมานี่เรามีอะไรเขียนเยอะแยะมากมายจริงๆ นะ ไม่ว่าจะเป็นชีวิต การเที่ยว การกิน การทำงาน หรืออะไรหลายๆ อย่างที่เราสามารถนำมาเขียนลงใน Blog ได้ เลยคิดว่ามันคงไม่สายที่จะกลับมาเขียน มาเริ่มต้นใหม่กับมัน :)

คิดว่าจะเริ่มต้นเขียนบทความเกี่ยวกับอะไรก่อนดี ก็คงต้องเกริ่นเรื่องสิ่งที่ทำให้กลับมานี่แหละเป็นอันดับแรก ส่วนบทความต่อไปจะเริ่มจากอะไรดี คิดว่าคงจะนั่งคิดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเราไปบ้าง และมันคงมีอะไรให้เขียนเยอะแยะแน่ๆ

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข้อแตกต่างระหว่าง X86 และ X64 ?

x86-64 เป็นชื่อของสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์สำหรับไมโครโพรเซสเซอร์แบบ 64 บิต และชุดคำสั่งที่ใช้งานด้วยกัน x86-64 เป็นส่วนขยายของสถาปัตยกรรมแบบ x86 ออกแบบโดยบริษัท AMD และใช้ชื่อทางการค้าว่า AMD64 ในภายหลังบริษัทอินเทลได้นำสถาปัตยกรรมนี้ไปใช้ใต้ชื่อการค้าว่าIntel 64 หรือ EM64T ซึ่งชื่อทั่วไปที่ใช้กันโดยไม่อิงกับชื่อการค้าคือ x86-64 หรือ x64  มาดูกันนะครับว่าตัวเลขพวกนี้มันสำคัญอย่างไร

ตัวเลข x86 และ x64 คืออะไร
สำหรับหลายๆ คนที่มีการ download โปรแกรมไปใช้งาน อาจประสบปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจว่า ตัวเลข x86 กับ x64 มันคืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร แถมตัวเลขนี้ยังพบกับการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์อีกด้วย ยิ่งทำให้สับสนกันไปใหญ่เลยทีเดียว วันนี้จะมาเฉลยตัวเลขพิศวงนี้กันครับ

x86? คืออะไร
ตัวเลขนี้ เป็นตัวเลขย่อๆ ที่มาจากคอมพิวเตอร์สมัยโบราณที่มีตัวเลขของซีพียูเป็น 286, 386, 486 ซึ่งเป็นพัฒนาการเวอร์ชั่นต่างๆ ของซีพียูของค่ายอินเทล (Intel) เรียกเป็นรหัสย่อๆ ว่า x86 ซึ่งความสามารถของตัวเลขนี้จะอยู่ในระดับ 32bit??ถ้าจะสรุปให้ง่ายๆ คือ x86 ก็คือ x32 ได้เช่นกัน
x64? คืออะไร
พูดให้เข้าใจง่ายๆ x64 ก็คือ 64bit นั่นเอง ซึ่งเป็นความสามารถในการประมวลผลที่เร็วขึ้นของ ซีพียู นั่นเอง เร็วกว่า 32bit มากครับ
โปรแกรม x86 และ x64

      ดังนั้นเพื่อให้เกิดการทำงานที่เต็มประสิทธิภาพของโปรแกรม (Software) และเครื่องคอมฯ (Hardware) การเลือกใช้โปรแกรม จำเป็นจะต้องใช้โปรแกรมให้ถูกต้องตามที่เราใช้คอมฯ ด้วย เช่น ถ้าเราใช้คอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถทำงานได้ 64bit โปรแกรมก็ต้องเป็นรุ่นที่รองรับการทำงาน x64 ด้วย?เพราะไม่ใช่นั้น อาจไม่สามารถทำงานได้เลย

ดังนั้น เวลาเลือกซื้อหรือ download โปรแกรมใดๆ มาใช้งาน ก็ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า มีเวอร์ชั่นที่รองรับ x86 หรือรองรับ x64 ด้วยหรือไม่ จะได้ไม่ต้องเสียเวลามา download กันบ่อยๆ ครับ
ข้อมูลจาก:จากวิกิพีเดีย,it-guides

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ว่าด้วยเรื่อง "APU" CPU ของ AMD

APU นั้นย่อมาจาก Accelerated Processing Unit ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกถึงหน่วยประมวลผลที่มีการรวมกันระหว่าง CPU + GPU + Chipset ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็ตามภาพด้านล่างนี้เลยครับ
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: 11.jpg
Views: 58
Size: 17.9 KB
ID: 1510371



หรือเรียกกันง่ายคือเอาชิปเซ็ทของการ์ดจอมารวมเข้าด้วยกันกับ CPU 


APU เองนั้น มีระบบในการสนับสนุนการทำงานต่างๆมากมาย อย่างเช่น

ช่วยให้สามารถใช้งาน Internet ได้อย่างราบรื่น ภาพที่ได้จากหน้า web browser มีความสวยงาม คมชัด
สามารถรับชมภาพยนตร์ระดับ 1080p ได้อย่างไม่มีสะดุด ภาพที่ได้คมชัด สดใส
ช่วยเสริมการ streaming วิดีโอระดับ HD
ช่วยเพิ่มความเร็วในการใช้งานให้กับโปรแกรมที่ใช้งานทั่วไป ให้สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่น โดยเฉพาะเกมและโปรแกรมตกแต่งภาพ/วิดีโอด้วยการสนับสนุน DirectX 11 จากในตัว APU เลย



3. ถ้าจะจับ AMD E-350 ไปเทียบกับ AMD Athlon และ Intel Pentium จะเทียบกันตรงไหนได้บ้าง ??
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: 21.jpg
Views: 68
Size: 19.6 KB
ID: 1510372
เมื่อจับเทียบกัน ก็จะเห็นว่า E-350 มีจุดเด่นที่เหนือกว่าในหลายๆส่วน เช่น DirectX ที่รองรับถึงรุ่น 11, การกินไฟที่ต่ำ แถมยังรองรับ DirectCompute ในตัว เนื่องด้วยการมี GPU อยู่ในตัวด้วยนั่นเอง

4. แล้วถ้าเอาไปเทียบกับ Intel Core i3 หรือ Intel Core i5 ล่ะ เป็นอย่างไร ??
จริงอยู่ที่พลังในการประมวลผลนั้นอาจจะสู้ไม่ได้ แต่ก็มีข้อดีที่เหนือกว่า CPU 2 ตระกูลนั้นอยู่คือ
ในตัวชิปมีการรวมการทำงานของทั้ง CPU และ GPU โดยเฉพาะ GPU ที่มีความแรงพอๆกับการ์ดจอแยกบางตัวเลยทีเดียว
มีการใช้พลังงานที่ต่ำ โดยมี TDP เพียงแค่ 18W เท่านั้น

5. แล้วจะติดตั้ง AMD Fusion APU ได้อย่างไรละ socket มันเป็นยังไง (กรณี desktop PC) ??
ในเรื่องนี้ไม่ต้องกังวลเลย เพราะสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ก็มีแค่ power supply กับ RAM เท่านั้น (อย่าลืม HDD หรือ SSD ด้วยนะ) เพียงแค่นี้ก็สามารถรับประสบการณ์ที่พลังแห่ง Fusion จะมอบให้ทุกท่านได้แล้วล่ะ

6. มีระบบปฏิบัติการอะไรรองรับ AMD Fusion APU บ้าง ??
สำหรับ AMD E-350 นั้น ระบบปฏิบัติการที่เหมาะสมที่สุดก็หนีไม่พ้น Windows 7 แบบ 64-bit ครับ แต่ระบบอื่นๆก็สามารถติดตั้งได้เช่นเดียวกัน ถ้าจะให้ดี ก็ลองเช็คจากเว็บไซต์ของผู้นำ AMD Fusion APU มาใช้ว่าแนะนำระบบอะไรบ้างด้วยจะดีที่สุดครับ

7. ตัว GPU เนี่ย ต้องมี video RAM เหมือนการ์ดจอทั่วไปมั้ย ??
ไม่ต้องครับ เพราะตัว GPU จะใช้แรมร่วมกับระบบ ซึ่งก็คือ DDR3 ในปัจจุบันนี่เอง
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: o-amd-announces-embedded-g-series-fusion-apu-video.jpg
Views: 45
Size: 21.9 KB
ID: 1510373

8. แล้ว APU มันต่างจากการ์ดจอ onboard ยังไง ??
ตัว AMD E-350 นั้น มี GPU ในตัว ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเดียวกับ AMD Radeon ในการฺ์ดจอแยกเลยทีเดียว ซึ่งประสิทธิภาพนั้นเหนือกว่าการ์ดจอ onboard แบบเดิมๆ ครับ

9. ผมจะอัพเกรดตัว AMD APU E-series หรือ C-series ได้หรือไม่ ??
ไม่ได้ครับ ตัวชิปนั้นไม่สามารถอัพเกรดได้ แต่ระบบที่ติดตั้งมานั้น มีพอร์ตที่รองรับการเชื่อมต่อมาอย่างครบถ้วน ทำให้สามารถอัพเกรดในส่วนอื่นๆ เช่น ใส่การ์ดจอแยก เพิ่มแรมได้อย่างคอมพิวเตอร์ทั่วไป

10. Driver ที่ใช้ สามารถไล่ตามอัพเกรดได้เหมือนการ์ดจอแยกหรือเปล่า ??
มีการวางแผนจะให้สามารถอัพเกรดได้แน่นอนครับ เพื่อประสิทธิภาพที่เพิ่มยิ่งขึ้น

11. ตัว APU นั้น unlocked ( ยอมให้ทำการ overclock ) หรือไม่ ??
ไม่ได้ครับ ผู้ใช้ไม่สามารถทำการ overclock ได้ (ก็คือมัน locked นั้นเอง)


12. ใครจะเป็นผู้รับประกันผลิตภัณฑ์ให้ ทาง AMD เองหรือจะเป็นผู้ผลิด mainboard ??
ผู้ผลิต mainboard หรือ ผู้ผลิต notebook ครับ

13. ถ้าใช้ AMD Fusion APU อยู่แล้ว จะสามารถติดตั้งการ์ดจอแยกเข้าไปอีกได้หรือไม่ ??
ได้ครับ สบายๆเลย

14. เห็นเน้นตัว Fusion platform มากๆ แล้วAMD จะยังขาย CPU แบบปกติอยู่หรือเปล่า ??
ยังขายอยู่ครับพี่น้อง !!

15. ขอเหตุผลหน่อยครับ ในเมื่อมี APU ขายแล้ว แล้วมีเหตุผลอะไรที่ผมยังต้องซื้อ CPU แบบธรรมดาอยู่อีกหรือ ??
ขอตอบก่อนเลยว่า ระบบที่ใช้ CPU และการ์ดจอแยกนั้น ยังมีความจำเป็นอยู่มาก เนื่องด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่า APU โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานที่ต้องใช้เครื่องประสิทธิภาพสูงๆ ครับ

ที่มา : AMD



ไว้คราวหน้าจะมาบอกรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ APU กันอีกบลอกหน้านะครับ